‘ต้องเอาให้สุดหรือเอาให้สุด’ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองหลังอินเตอร์ ไมอามี รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นในเกม MLS Cup กับแวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ufa800

ฮาเวียร์ มาสเคราโน่

“มันคือ All or Nothing”  ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ รู้ดีว่า อินเตอร์ ไมอามี ต้องเดิมพันทุกอย่างในนัดชิง ufa800

ก่อนถึงนัดชิง MLS Cup 2025 แทบทุกสายตาถูกจับจ้องไปที่ ลิโอเนล เมสซี, โธมัส มุลเลอร์ และแรงปะทะของสองสโมสรที่ฟอร์มแรงที่สุดในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ฤดูกาลนี้ แต่สำหรับคนที่แบกความกดดันแบบเต็ม ๆ บนไหล่ในมุมของอินเตอร์ ไมอามี ชื่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่

อดีตฮาร์ดแมนแดนกลางทีมชาติอาร์เจนตินาและบาร์เซโลน่า ที่วันนี้เปลี่ยนมาจับงานโค้ชเต็มตัว ยอมรับตรง ๆ ว่าเกมระหว่าง อินเตอร์ ไมอามี vs แวนคูเวอร์ ไวต์แคปส์ ในค่ำคืนชิงถ้วยคือ “จุดตัดสิน” ของทุกอย่างที่ทีมลงแรงมาตลอดฤดูกาล เขาใช้คำชัดเจนว่า

“มันคือเกมที่มีทุกอย่างอยู่บนเส้น – ได้หรือเสียทั้งหมด”

และสิ่งที่เขาต้องการเห็นจากลูกทีมไม่ใช่ทริกแท็คติกซับซ้อน แต่คือ “ความหิว” และ “ความกระหาย” ในการคว้าแชมป์ให้ได้จริง ๆ

ไมอามีทีมที่ไม่เคยเดินบนทางราบ  แต่ล้มแล้วลุกทุกครั้ง

มาสเคราโน่ย้ำหลายครั้งในงานแถลงข่าวก่อนเกมว่า จุดแข็งของอินเตอร์ ไมอามีในฤดูกาลนี้ไม่ใช่การเล่นเหนือคู่แข่งทุกสัปดาห์ แต่คือ ความสามารถในการลุกขึ้นหลังจากเจ็บหนัก

ฤดูกาลนี้พวกเขาเคยเจอความพ่ายแพ้ที่บาดลึกหลายครั้ง

  • แพ้แวนคูเวอร์แบบหมดรูปในรอบรองถ้วย Concacaf Champions Cup ด้วยสกอร์ 5–1
  • แพ้หนักในรอบชิง Leagues Cup ให้ซีแอตเทิล จนหลายคนตั้งคำถามว่า “ทีมชุดนี้พร้อมลุ้นแชมป์จริงหรือเปล่า”

แต่แทนที่ฤดูกาลจะพังลงหลังจากความพ่ายแพ้เหล่านั้น ไมอามีกลับตั้งหลักใหม่ได้เร็ว พวกเขาปรับสภาพจิตใจ ฟื้นแผนการเล่น และค่อย ๆ ปีนกลับขึ้นสู่ระดับท็อปของลีกจนก้าวมาถึงนัดชิงใบใหญ่ที่สุดในปี

มาสเคราโน่พูดถึงจุดนี้ด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า

“พวกเขาโดนเล่นงานมาหนัก แต่ก็ยังลุกขึ้นได้ทุกครั้ง เรามาถึงตรงนี้เพราะความแข็งแกร่งของทั้งกลุ่ม ไม่ใช่แค่ฟอร์มช่วงใดช่วงหนึ่ง”

ในมุมของโค้ช มันไม่ใช่แค่เรื่องแท็คติก แต่คือการสร้างทีมที่รู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ แล้วใช้มันเป็นเชื้อเพลิงให้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

นัดชิงที่เดิมพันทั้งฤดูกาล “รางวัลก้อนใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า”

สองวันก่อนเกม มาสเคราโน่ให้สัมภาษณ์ว่า เกมวันเสาร์นี้คือ “รางวัล” ของทุกอย่างที่ทีมทุ่มเทมาตลอดปี

เขาอธิบายว่า การมาถึงนัดสุดท้ายไม่ใช่โชค แต่มาจากการฝึกซ้อมและการจัดการทีมที่หนักมากตลอดทั้งซีซัน การต้องเดินทาง เกมถี่ ความกดดันจากสื่อ และการแบกรับชื่อของเมสซี ล้วนทำให้ไมอามีเหมือนลงเล่นทุกแมตช์แบบไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด

“เรามาถึงตรงนี้พร้อมเดิมพันทุกอย่าง มันคือเกมที่ให้รางวัลใหญ่ที่สุดกับงานที่พวกเขาทำมาตลอดฤดูกาล ถ้วยอยู่ตรงหน้าเราแล้ว เหลือแค่ถามตัวเองว่าอยากคว้ามันมากพอหรือยัง”

สำหรับนักเตะและสตาฟฟ์ นี่ไม่ใช่แค่เกมเพิ่มเกียรติยศ แต่คือโอกาสของสโมสรในการคว้า แชมป์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และปิดฤดูกาลที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งดีและร้าย แบบสมบูรณ์

“จะชนะไม่ใช่เพราะชื่อ หรือแท็คติก  แต่มันคือความหิว”

หนึ่งในประโยคที่โดดเด่นที่สุดจากมาสเคราโน่คือ การบอกว่าผลของนัดชิงจะ ไม่ได้ถูกกำหนดจากแท็คติกบนกระดาษ หรือประวัติในอดีตของนักเตะ แต่จะตัดสินกันที่ “ความหิว” และ “ความอยากชนะ” ของแต่ละฝ่าย

เขาบอกอย่างตรง ๆ ว่า

“มันจะจบลงด้วยคำถามเดียว – เรามีความต้องการที่จะ ‘กินมันเข้าไป’ หรือเปล่า”

คำว่า “กิน” ในที่นี้ไม่ใช่การล้อเล่น แต่สื่อถึงสัญชาตญาณนักสู้แบบที่มาสเคราโน่เคยเป็นในสมัยเป็นนักเตะ การเล่นนัดชิงแบบ 50–50 ไม่มีใครครองเกมตลอด 90 นาทีได้ ทุกคนจะมีช่วงที่โดนกดดัน และทีมที่ผ่านช่วงแย่ของเกมได้โดยไม่เสียความเชื่อมั่นคือทีมที่มีโอกาสยกถ้วยมากที่สุด

เขาทิ้งท้ายประเด็นนี้ว่า

“หวังว่าเราจะตื่นขึ้นมาในวันเสาร์แบบหิวสุด ๆ”

ซึ่งสะท้อนว่า ในมุมเขา สิ่งที่ต้องจัดการคือสภาพจิตใจของทีมตั้งแต่ก่อนเตะ มากกว่าการวางแท็คติกระดับซับซ้อนเพิ่มเติม

ดวลแห่งประวัติศาสตร์: ทั้งไมอามีและแวนคูเวอร์ต่างรอแชมป์แรก

แมตช์นี้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น เพราะ ทั้งอินเตอร์ ไมอามี และแวนคูเวอร์ ไวต์แคปส์ไม่เคยได้ชูถ้วย MLS Cup มาก่อน

แวนคูเวอร์ถือเป็นทีมที่สร้างผลงานน่าทึ่งในซีซันนี้ พวกเขาเข้าชิงทุกรายการที่ลงแข่งขัน ตั้งแต่

  • แชมป์ Canadian Championship
  • เข้าชิง Concacaf Champions Cup
  • คว้าแชมป์ฝั่งตะวันตก (Western Conference)

ส่วนไมอามีก็มีเส้นทางของตัวเอง จากการพยายามลุกขึ้นหลังพลาดในรายการถ้วยต่าง ๆ จนกลับมาเก็บโมเมนตัมได้ในช่วงท้ายฤดูกาล แรงส่งทั้งหมดทำให้เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเมสซีหรือมุลเลอร์ แต่คือการชิง “ประวัติศาสตร์หน้าแรก” ของทั้งสองสโมสร

ความกังวลเรื่องอาการป่วยของ Tadeo Allende – แต่โค้ชยืนยัน “ไม่มีอะไรน่าห่วง”

ท่ามกลางความพร้อมก่อนนัดชิง มีข่าวลือเรื่องอาการป่วยของ ทาเดโอบ อเยนเด้ แนวรุกตัวสำคัญของไมอามีหลังเจ้าตัวไม่ได้ลงซ้อมในวันพฤหัสบดี

มาสเคราโน่ออกมาเคลียร์ชัดว่า

  • อเยนเด้มีไข้เล็กน้อย จึงตัดสินใจให้พัก เพื่อไม่เสี่ยงก่อนแข่ง
  • ทีมแพทย์ประเมินแล้วว่าไม่ใช่อาการหนัก
  • คาดว่าจะกลับมาซ้อมในวันถัดไป และพร้อมมีชื่อในเกมชิงแน่นอน หากไม่มีอะไรแทรกซ้อน

การออกมาพูดเร็วของโค้ชช่วยลดความกังวลของแฟนบอลได้พอสมควร เพราะอเยนเด้เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีบทบาทสำคัญในเกมเพรสซิ่งและการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว

มาสเคราโน่ vs มุลเลอร์  ความทรงจำที่ไม่ได้สวยหรู แต่เต็มไปด้วยความเคารพ

เมื่อถูกถามถึงอดีตการเจอกับ โธมัส มุลเลอร์ ในฐานะคู่แข่งสมัยเป็นนักเตะ มาสเคราโน่ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า “ไม่ใช่ความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้ง”

เขาเคยอยู่ในสนามตอน

  • อาร์เจนตินาแพ้เยอรมนี 0–4 ฟุตบอลโลก 2010
  • แพ้ในนัดชิงฟุตบอลโลก 2014 ที่มุลเลอร์มีส่วนสำคัญในแนวรุกของเยอรมนี

แต่ในฐานะโค้ชวันนี้ เขามองมุลเลอร์ด้วยสายตาแห่งความเคารพเต็มรูปแบบ

“เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของเจเนอเรชัน เป็นแชมป์โลก และคว้ามาทุกถ้วยกับบาเยิร์น เขายกระดับให้ทั้งแวนคูเวอร์และ MLS มีลำดับชั้นที่แตกต่างไปจากเดิม”

การมีมุลเลอร์ในทีมไวต์แคปส์ ทำให้เกมนี้มีน้ำหนักมากกว่าการเป็นเพียงนัดชิงระดับลีกอเมริกาเหนือ แต่กลายเป็นอีกหนึ่งบทของการดวลกันระหว่าง “ขุนพลยุคเก่าแห่งยุโรป” ที่ย้ายมาปิดฉากเส้นทางอาชีพใน MLS

นัดอำลาของ Busquets และ Alba และภารกิจคุมอารมณ์ของโค้ชปีแรก

อีกหนึ่งมิติสำคัญของเกมนี้คือ มันจะเป็นแมตช์สุดท้ายในอาชีพของสองตำนานบาร์เซโลน่า เซร์คิโอ บุสเกตส์ และ ฆอร์ดี้ อัลบา

ทั้งสองคนไม่ใช่แค่ผู้เล่นในทีม แต่เป็น “เสาหลักทางจิตใจ” ของห้องแต่งตัว และยังเป็นเพื่อนร่วมทีมเก่าที่มาสเคราโน่เคยเล่นเคียงข้างในยุคทองของบาร์ซ่า การได้มาคุมทั้งคู่ในบทบาทโค้ช และต้องส่งพวกเขาลงเล่นเกมสุดท้ายในนัดชิงถ้วยใหญ่ ทำให้ภารกิจของมาสเคราโน่มีมิติทางอารมณ์ที่ลึกยิ่งขึ้น

เขายอมรับว่า การอยู่ในรอบชิงในฐานะโค้ชกับในฐานะนักเตะ ให้ความรู้สึกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ในฐานะโค้ช คุณต้องคอยสร้างความสงบให้ทีม ต้องเตรียมสัปดาห์สุดท้ายให้ดีที่สุด แทนที่จะปล่อยให้อารมณ์พาไปเหมือนสมัยเป็นผู้เล่น”

เขาเน้นว่าบรรยากาศในทีมตอนนี้เต็มไปด้วยพลังบวก นักเตะรู้เป้าหมายชัดเจน และทุกคนเข้าใจว่านี่ไม่ใช่แค่เกมชิงถ้วย แต่เป็นการปิดฉากเส้นทางของบุสเกตส์และอัลบาในแบบที่พวกเขาสมควรได้รับ

บทสรุป: นัดชิงที่เป็นมากกว่าฟุตบอล 90 นาที

หากมองจากภาพกว้าง เกมนี้คือการตัดสินว่า

  • ใครจะคว้า แชมป์ MLS Cup ครั้งแรก
  • ใครจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทั้งถ้วยโลกและ MLS Cup ในครอบครอง
  • อินเตอร์ ไมอามีจะจบยุค “บาร์ซ่าใน MLS” ด้วยการชูถ้วยหรือไม่
  • แวนคูเวอร์จะยืนยันสถานะทีมม้ามืดที่ไต่ขึ้นเป็นยอดทีมจริง ๆ ได้หรือเปล่า

แต่ในมุมของมาสเคราโน่ ทุกอย่างถูกสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ แค่ไม่กี่คำ —
“All or Nothing”

มันคือเกมที่ตัดสินความหมายของฤดูกาล ความทรงจำของนักเตะรุ่นใหญ่ และความเชื่อมั่นของสโมสรที่พยายามสร้างตัวเองให้ยิ่งใหญ่ในเวที MLSถ้าคุณชอบอ่านเบื้องลึกก่อนเกมใหญ่ ทั้งแท็คติก มุมมองโค้ช และเรื่องอารมณ์ในห้องแต่งตัว การเตรียมตัวก่อนนั่งเชียร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน
อัปเดตข่าวฟุตบอล แนวทางวิเคราะห์ และมุมมองก่อนเกมในสไตล์อ่านง่ายแต่ลึกซึ้งได้ที่ ufa800 พื้นที่ของแฟนบอลที่真รักเกมลูกหนังและอยากตามทันทุกจังหวะสำคัญของโลกฟุตบอล