รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม รู้สึกยินดีที่ได้เห็นกองกลางรายนี้ “เป็นผู้นำโดยตัวอย่าง” ในชัยชนะ 4-1 ufabet
ชัยชนะ 4-1 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหนือ วูล์ฟส์ ที่โมลีเน็กซ์ไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนสองด้านของฟุตบอลอังกฤษในค่ำคืนเดียวกัน ด้านหนึ่งคือทีมใหญ่ที่กำลังพยายามยืนให้มั่นคงในยุคใหม่ของรูเบน อาโมริม อีกด้านคือสโมสรที่ยังหาทางออกจากความมืดมิดไม่ได้อย่างวูล์ฟส์ ท่ามกลางบรรยากาศประท้วงเจ้าของทีมจากอัฒจันทร์ และเสียงโห่ที่เริ่มหันมาชนลูกทีมในสนาม
เกมนี้เริ่มต้นเหมือนบทเดิมที่แฟนผีเริ่มเบื่อจะดู ยูไนเต็ดออกนำก่อนจากลูกยิงของบรูโน แฟร์นันด์ส ทุกอย่างดูเข้าทางทีมเยือน แต่แล้วช่วงท้ายครึ่งแรก เจอ็อง-ริกแนร์ เบลเลการ์ดก็ยิงตีเสมอให้วูล์ฟส์ ทำให้บรรยากาศบนสนามและบนสแตนด์ผสมกันระหว่างความหวังของเจ้าถิ่นกับความกลุ้มของแฟนทีมเยือนที่เพิ่งเห็นทีมสะดุดแบบนี้มาก่อนในเกมกับเวสต์แฮม
รูเบน อาโมริมยอมรับหลังเกมว่า ทีมของเขา “เล่นหลวมไปเอง” หลังออกนำ 1-0 ช่วงเวลาที่สมควรกดคู่แข่งให้จมกลับกลายเป็นช่วงที่ยูไนเต็ดปล่อยให้วูล์ฟส์ตั้งหลักได้ เขาบอกตรง ๆ ว่าทีมควรปิดครึ่งแรกด้วยสกอร์ และความนิ่งที่ดีกว่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือการตอบสนองในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่ง ซึ่งเขามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง
ในห้องแต่งตัว อาโมริมบอกนักเตะว่า “เรามีทุกอย่างอยู่ในมือเพื่อชนะ แค่ต้องกลับไปเล่นด้วยมาตรฐานของตัวเอง” ผลที่ตามมาคือครึ่งหลังที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ยูไนเต็ดกลับลงมาพร้อมจังหวะบอลที่ไหลลื่นกว่าเดิม ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในจังหวะจบสกอร์ และการเพรสที่ดุดันจนวูล์ฟส์แทบจะออกบอลจากแดนตัวเองไม่ได้
ประตูของไบรอัน เอ็มเบโม่ในครึ่งหลังเหมือนเป็นสวิตช์ที่ตัดความหวังของวูล์ฟส์ทันที จากเกมที่ยังสูสี กลายเป็นเกมที่ทีมเยือนควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ ตามด้วยลูกยิงของเมสัน เมาท์ และลูกปิดกล่องจากบรูโน แฟร์นันด์ส ทำให้สกอร์ไหลไปไกลถึง 4-1 และที่สำคัญกว่าคือภาพรวมฟอร์มของทีมที่กลับมาดูเหมือน “ทีมลุ้นพื้นที่ยุโรป” อีกครั้ง
ท่ามกลางนักเตะที่เล่นดีหลายคนในเกมนี้ ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดกลับเป็นเมสัน เมาท์ กองกลางหมายเลข 7 ที่ช่วงต้นฤดูกาลถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องฟอร์มและบทบาทในทีม ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บ ความต่อเนื่อง หรือการปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ของอาโมริม แต่ที่โมลีเน็กซ์ เขาแสดงให้เห็นอีกใบหน้าหนึ่งของตัวเองที่เงียบขรึมแต่ทรงพลัง
อาโมริมยกย่องเมาท์แบบชัดเจน เขาบอกว่า เมาท์คือผู้เล่นที่ “ทำได้ทั้งรุกและรับ” มีคุณภาพทุกครั้งที่สัมผัสบอล ผ่านบอลแม่น วิ่งช่วยเพรสไม่หยุด และเลือกจังหวะเติมเข้าเขตโทษได้ดี แต่สิ่งที่โค้ชโปรตุกีสชอบที่สุดกลับไม่ใช่สถิติในเกมนี้ หากเป็นวิธีที่เมาท์ “นำทีมโดยการเป็นตัวอย่าง” มากกว่าจะใช้เสียงตะโกนหรือท่าทางแข็งกร้าว
อาโมริมเปรียบเทียบเมาท์กับลิซานโดร มาร์ติเนซ (หรือ “ลิชา”) ว่าทั้งคู่เป็นผู้นำ แต่คนละสไตล์ ลิชามาพร้อมพลังดิบ ความเดือด เวลาเข้าสกัด และอารมณ์ที่ปลุกเพื่อนร่วมทีม ขณะที่เมาท์เป็นผู้นำเงียบ ๆ คงเส้นคงวาทุกวัน ซ้อมแบบเดิมเต็มร้อย พูดคุยกับคนรอบตัวด้วยท่าทีสุภาพ และไม่ปล่อยให้สภาพแวดล้อมกดเขาจนเปลี่ยนไป นั่นคือผู้นำประเภทที่สโมสรใหญ่ทุกแห่งต้องการในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเปราะบาง
เมาท์ได้รับรางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ และถ้ามองให้ลึกเกินกว่าจำนวนประตูหรือแอสซิสต์ เขาโชว์ให้เห็นวิธีสร้างอิทธิพลต่อเกมโดยไม่ต้องอยู่ในสปอตไลต์ตลอดเวลา เขาช่วยปิดช่องแดนกลาง ทำให้บรูโนมีอิสระมากขึ้นในการหาพื้นที่ระหว่างไลน์ เขาถอยลงมารับบอลจากเซ็นเตอร์บ่อย ๆ ช่วยให้การขึ้นเกมของทีมไม่ติดขัด แม้เวลาบางช่วงจะถูกกดดันจากผู้เล่นวูล์ฟส์
นอกเหนือจากแท็กติกในสนาม บทบาทของเมาท์ที่แคร์ริงตันก็เป็นเหตุผลที่อาโมริมเอ่ยปากชมต่อหน้าสื่อ เขาบอกว่า “ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เมสันก็เป็นคนเดิมเสมอ ทั้งในวันดีและวันที่ทีมมีปัญหา” ซึ่งในห้องแต่งตัว ทีมที่เต็มไปด้วยชื่อดังและอีโก้สูง การมีคนแบบนี้คอยเป็นสมอถ่วงอารมณ์ถือว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ผลงานยังไม่เสถียรและเสียงวิจารณ์รายล้อมอยู่ตลอดเวลา
ด้านวูล์ฟส์ เกมนี้คืออีกค่ำคืนที่เจ็บปวด พวกเขาไม่ชนะใครในลีกมา 15 นัด มีแค่ 2 คะแนนจากทั้งหมด และเริ่มหล่นลึกลงไปในโซนอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ ความกดดันจึงไม่ได้อยู่แค่ในสนาม แต่เดือดไปถึงอัฒจันทร์ แฟนบอลจำนวนมากเลือกประท้วงด้วยการเข้ามานั่งบนที่นั่งช้า รอให้เกมเริ่มผ่านไป 15 นาทีก่อนจะทยอยกันเข้ามา เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนว่าพวกเขาไม่พอใจการบริหารของกลุ่มทุน Fosun และประธาน เจฟฟ์ ชี้
เสียงตะโกนขับไล่เจ้าของทีมดังระงม โดยช่วงหนึ่งกล้องถ่ายทอดสดจับภาพแฟนบางกลุ่มที่ชูป้ายแสดงความไม่พอใจ ความโกรธที่เคยถูกส่งไปยังบอร์ดบริหารเริ่ม “กระเด้งกลับ” มายังผู้เล่นในสนามอย่างเลี่ยงไม่ได้ จุดเปลี่ยนแกนเล็ก ๆ ที่ทำให้ดราม่าเพิ่มขึ้นคือช่วงที่โยร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน ถูกเปลี่ยนตัวออก แล้วแฟนบางส่วนส่งเสียงเชียร์อย่างประชด นักเตะเองก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่แฮปปี
ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้จัดการทีมวูล์ฟส์ ยอมรับตามตรงหลังเกมว่า “นี่คือค่ำคืนที่ยากมาก” และเขาเข้าใจแฟนบอลดี เพราะทีมไม่ได้ชนะใครมาครึ่งปีแล้ว เขาไม่พยายามแต่งเรื่องให้สวยงาม แต่ยืนยันว่าลูกทีมพยายามเต็มที่ เพียงแต่ความมั่นใจหายไปจนไม่สามารถรีดฟอร์มจริงออกมาได้ ยิ่งรวมกับบรรยากาศกดดันจากอัฒจันทร์ ทุกอย่างจึงยิ่งหนักหนา
คำพูดของเอ็ดเวิร์ดส์สะท้อนจุดต่างสำคัญระหว่างสองทีมในค่ำคืนนี้ ยูไนเต็ดเองก็ไม่ได้อยู่ในฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบ แต่พวกเขามีโครงสร้างสโมสรที่ยังเดินไปในทิศทางเดียวกัน มีโค้ชที่เชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง และมีผู้เล่นอย่างเมาท์ที่ช่วยดึงมาตรฐานของห้องแต่งตัวให้สูงขึ้น ในขณะที่ วูล์ฟส์ กำลังเผชิญปัญหา “หลายชั้น” ทั้งในสนามและนอกสนาม จนผู้เล่นในทีมไม่สามารถดึงศักยภาพเต็มที่ออกมาได้
ในมุมมองแฟนผี เกมนี้คือสัญญาณบวก ยูไนเต็ดไม่ปล่อยให้จบแบบ 1-1 เหมือนเกมกับเวสต์แฮม แต่กลับเดินหน้าไล่ยิงจนคว้าชัย 4-1 การตอบสนองแบบนี้ต่างหากที่แฟนบอลอยากเห็นมานาน เมื่อทีมถูกตีเสมอแล้วไม่พัง แต่ยืนขึ้นมาครองเกมได้ดีกว่าเดิม และใช้คุณภาพเชิงรุกของแนวหน้าจัดการปิดจบบทเรียนที่เคยผิดพลาด
สำหรับเมสัน เมาท์ นี่อาจเป็นหนึ่งในเกมที่ช่วย “เปลี่ยนโทนบทสนทนา” เกี่ยวกับชื่อของเขา จากเดิมที่ถูกพูดถึงในมุมค่าตัวแพง บาดเจ็บง่าย และหาตำแหน่งที่ใช่ไม่เจอ วันนี้เขาเริ่มได้รับการยอมรับในฐานะมิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ที่โค้ชเชื่อใจได้ ทั้งในเกมสำคัญและในห้องแต่งตัวที่มองไม่เห็นผ่านหน้าจอทีวี
คำชมของอาโมริมที่ว่า “เขาเป็นผู้นำแบบคนที่ทำให้ดู” อาจกลายเป็นฉลากใหม่ของเมาท์ที่ยูไนเต็ด หากเขารักษามาตรฐานนี้ต่อเนื่อง และช่วยทีมพาตัวเองกลับขึ้นไปยืนในกลุ่มหัวตารางได้อีกครั้ง บทพิสูจน์ต่อจากนี้คือ เขาจะเปลี่ยนความไว้วางใจจากโค้ชให้กลายเป็นความเชื่อมั่นจากแฟนบอลได้มากแค่ไหน
ในขณะที่ วูล์ฟส์ ต้องกลับไปหาทางปลุกความเชื่อในทีมและเรียกความสัมพันธ์กับแฟนบอลกลับคืนมา ยูไนเต็ดมีโอกาสใช้ชัยชนะเกมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่มั่นคงขึ้น อาโมริมเองก็รู้ว่าพรีเมียร์ลีกไม่เคยใจดีให้ใคร เขาจึงต้องการมากกว่าผลงานดีเป็นครั้งคราว แต่คือความต่อเนื่อง และการที่นักเตะระดับซีเนียร์อย่างเมาท์ แฟร์นันด์ส และคนอื่น ๆ พร้อมรับบทบาทนำในทุกสัปดาห์
และสำหรับคนรักฟุตบอลที่ชอบวิเคราะห์เกม มองแท็กติก และอ่านความรู้สึกของนักเตะจากสนามจริง ถ้าคุณอยากลองเอาสายตาแบบเดียวกันไปใช้เวลาเชียร์และลุ้นมากกว่าการดูเฉย ๆ โลกของการวางแผนเดิมพันอย่างมีข้อมูลก็เป็นอีกสนามหนึ่งที่น่าสนใจ
ลองใช้มุมมองแบบเดียวกับที่คุณอ่านเกมแมนฯ ยูไนเต็ดวิเคราะห์ฟอร์มเมาท์และเพื่อนร่วมทีม แล้วต่อยอดไปสู่การตัดสินใจที่รอบคอบบนโต๊ะเดิมพัน ถ้าเลือกใช้ข้อมูล ฟอร์ม และสติให้ดี ufabet อาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ทุกคืนบอลสนุกและมีความหมายมากกว่าที่คุณเคยคาดไว้
